059 ลอยกระทง

posted on 31 Oct 2009 11:12 by zeryu
 
มาลอยในนี้ก่อน ปีที่แล้วก็ไม่มีเวลาออกไปลอยที่ไหน
ไม่รู้ว่าปีนี้จะได้ออกหรือเปล่า
 
สุขสันต์วันลอยกระทงค่ะ 

เคยเห็นรีวิวงานหนังสือเล่มนี้จากพี่เอ๋ kiyono ก็ว่าน่าสนใจแต่ว่าไม่มีเวลาไปเดินงานหนังสือแล้ว ฉันไปแค่วันเดียวไปแป๊บเดียว ได้ลายเซ็นต์คุณหนุ่มเมืองจันทร์ แล้วก็ดูหนังสืออีกหน่อยก็กลับ อยู่นานไม่ได้ เสียวงบบานปลาย (ซึ่งก็บานจริงๆ 55) เดิมที่เมื่อเห็นแค่ชื่อหนังสือก็เรียกว่าน่าสนใจ อ๊ะ ฉันไม่ได้ห้องรก สกปรกขนาดนั้นนะคะ แต่เอาเป็นว่าเวลาทำงานยุ่งมากๆ หนังสือมันก็จะวางระเกะระกะ บางทีเห็นอะไรไม่เป็นระเบียบมันก็จะพลอยหงุดหงิด เคยเป็นกันบ้างไหมคะ ฉันเป็นบ่อย มันต้องเป็นระเบียบสิ แต่ก็ไม่ลงมือเก็บ ได้แต่มองแล้วก็เมิน 55 แต่พอเอาเข้านานวัน บ่อยๆ จากระเกะระกะมันก็จะกลายเป็น "รก" แทน

ด้วยจากเป็นคนที่สมาธิก็ไม่ได้ยาวมากนัก มันจึงจำเป็นต้องสร้างบรรยากาศในการทำงานให้น่าทำหน่อย เพราะงานก็คิดไม่ค่อยจะออก หันซ้ายขวาก็เจอสภาพที่ไม่ชวนให้อยากจะทำเข้าอีก (ย้ำนะคะว่า ไม่ได้รกขนาดนั้น....พยายามรักษาภาพพจน์อย่างแรง 55 ) พอมาเจอหนังสือเล่มนี้ที่ร้านเช่าแถวหอเข้าก็เลยเช่ามาอ่าน ตอนบอกให้พี่ที่ร้านหยิบให้ เขาแอบขำ ... ฉันเลยยิงตัวเองไปเลยว่า "แค่ชื่อหนังสือก็บ่งบอกแล้วใช่ไหมคะ ฮาฮา =  = ''


ทำไงดี ! ห้องนี้ รกสุดๆ
วิธีลัดจัดระเบียบให้เนี๊ยบนิ้ง สำหรับผู้หญิงห้องรก
โดย Kyoko Ikeda


คุณคนเขียนเป็นนักวาดภาพประกอบที่อาศัยอยู่คนเดียวในอพาทเม้นท์ที่ดูจากผังก็นับว่ากว้างใช้ได้ แต่ลายเส้นที่คุณเธอวาด ... แทบไม่มีที่จะยืน ไม่น่าเชื่อ ! แต่ก็ต้องเชื่อเขาล่ะค่ะ ใครจะมาประจานตัวเองให้มันเกินจริงจนโอเวอร์ ก็ออกจะไม่งามนะคะ  จะให้สาธยายเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้จนหมดเกรงว่าจะไม่มีเวลามาก ดังนั้น ฉันเลยขอสรุปสั้น เพิ่มเติมจากคุณคนเขียนล่ะกันค่ะ ที่นำมาบอกเล่าให้ฟังเพราะว่า เนื้อหาเขาดีนะ ฮาฮา ใกล้เคียงกับชีวิตสาวโฉดดีอยู่ อย่างน้อยฉันก็รู้ว่ามีเพื่อนสาวที่ห้องรก (มากน้อยปะปนกันไป) รอบกายฉันมากกว่า 3 คนล่ะ !!

สิ่งแรกฉันคิดว่า การที่เราลุกขึ้นมาจัดการสิ่งรอบตัวให้มันน่าอยู่ มันก็เป็นการสนับสนุนจิตใจเราอย่างหนึ่งเลยนะคะ ช่วงที่ฉันเรียนในมหาลัย (ย้อนไปไกลสักหน่อย อ๊ะ ... ไม่ไกลขนาดนั้น ... อื้มๆ ประมาณที่คุณคิดล่ะค่ะกำลังงาม.....ถ้าคิดเกิน 6  ปีจะแอบมีเคือง) เวลาจะสอบทีไร หนังสือ ชีท เอกสาร จะกระจัดกระจายเต็มห้องไปหมด ช่วงนั้นห้องจะรกมาก มาก ไม่เข้าใจว่าทำไมช่วงสอบถึงห้องรกได้ขนาดนี้ เวลาสอบเสร็จทีไรก็ต้องมานั่งเก็บขนานใหญ่ เหนื่อย....พอเหนื่อยก็ไม่อยากจะเก็บ ก็ปล่อยทิ้งๆ ไว้ 55  พอเห็นห้องรก จิตใจมันก็รู้สึกหงึดหงิดงุ่นง่าน กระวนกระวาย แปลกๆ อ้อ ทีที่ห้องมันรกนี่เองก็เลยต้องมานั่งเก็บต่อ และพอเวลาจะสอบอีกก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก ฮาฮา วงจรอุบาวศ์ .....


เนื้อหาในหนังสือ ทำไงดี ห้องนี้ รกสุดๆ ผู้เขียนก็ได้บอกสิ่งที่อยู่ในสามัญสำนึกเราๆ นั่นล่ะค่ะ แต่ก็อย่างว่า เรามันรู้อยู่แต่ไม่ค่อยอยากจะทำ แต่ถ้าไม่ทำมันก็ยังคงเหมือนเดิม ดังนั้น ประการแรก เราต้อง ลุกขึ้นมา ทำ ค่ะ !! 


หนังสือเล่มนี้อ่านง่ายค่ะ เป็นการ์ตูนลายเส้นน่ารักๆ อ่านแป๊บเดียวก็จบ ด้านหลังก็มีสรุปให้ ดังนั้น ฉันขอนำบทสรุปมาบอกต่อ พร้อมกับใส่รายละเอียดเล็กน้อย สำหรับผู้ที่อยากจะหาหนังสือเล่มนี้อ่าน ไว้เป็นน้ำย่อยให้ล่ะกันค่ะ


สรุปเนื้อหา 5 ขั้นตอนการพิชิต "ห้องสกปรก" ได้ว่า


1. สร้างฐานทัพ ในที่นี้หมายถึง การที่คุณหามุมที่สำหรับวางของใช้ที่ใช้บ่อยๆ ในทุกๆ วัน ไว้เป็นโซนเดียวกันมีข้อแม้ว่า เมื่อนำไปใช้แล้วต้องนำกลับมาวางไว้ที่เดิมเสมอๆๆ นะคะ ทำให้ชิน เวลาที่ต้องการจะใช้จะได้หาเจอง่ายๆ และเป็นระเบียบด้วยค่ะ

 

2. เคลียร์ครัว ในหนังสือผู้เขียนอาศัยอยู่ในอพาร์เมนท์คนเดียว (สาวโสดว่างั้น - อ้อ คุณเธอมีแฟนค่ะ แต่เนื่องจากแฟนมาหากลางดึกโดยไม่บอกไม่กล่าว เพียงแค่แง้มประตูเห็นสภาพห้อง หนุ่มก็ซิ่งหนีไปเลยค่ะ !!) คุณเธอสามารถมีห้องรกมาก ตั้งแต่ท้ายห้องยันประตูหน้าห้อง โดยในตอนแรกที่ผู้เขียนเริ่มเก็บของก็ไม่ค่อยจะถูก เพราะมัวแต่แยกของที่จะใช้ ยังไม่ใช้ คาดว่าจะใช้ไว้เป็นกองๆ ไปๆมาๆ มันก็เลยกองเป็นกลุ่ม เยอะไปหมด เอาไงดีล่ะทีนี้

ตอนหลังผู้เขียนจึงเริ่มเก็บข้าวเก็บของในห้องครัวก่อนเป็นอันดับแรก เพราะว่าครัวเป็นสถานที่เราสามารถทิ้งของที่ไม่ใช้ได้ง่ายกว่าที่อื่นๆ ส่วนมากเป็นของกิน ไม่ว่าจะหมดอายุแล้วหรือยัง หรือเครื่องปรุงต่างๆ ที่กะว่าจะทำในอนาคต หรือของที่ไม่กิน ตะเกียบไม้ที่เก็บไว้ "เผื่อ" ใช้ในอนาคต ของที่ "เผื่อใช้" ในอนาคตทั้งหลายแล่ ทิ้งๆ ไปให้หมด...

อ้อ การที่เราหาซื้อพวกชั้นวางของมาไว้เยอะๆ ก็ไม่ช่วยเท่าไหร่นะคะ เอาเท่าที่ใช้จริงๆ ดีกว่า และบวกกับการเก็บของให้เป็นระเบียบก็โอเคแล้วล่ะค่ะ เพราะชั้นวางของจะทำให้เสียเงินโดยใช่เหตุเปล่าๆมีแค่พอใช้งานก็โอเคค่ะ (ในหนังสือเขาว่าไว้)

 

3. รวบรวมของใช้ประจำวันไว้ที่ฐานทัพ ผู้เขียนวางพวกกระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ในการทำงานไว้ที่ตู้ / ชั้น ใกล้กับโต๊ะเขียนหนังสือ (ผู้เขียนเรียกมันว่า ฐานทัพ) หยิบจับก็ง่าย หาก็เจอ ประมาณนี้ล่ะค่ะ


4. ทิ้งของที่ไม่ได้ใช้แน่ๆ ในตอนนี้ ผู้เขียนนิยมซื้อของมาเก็บไว้ "เผื่อ" ว่าในอนาคตจะได้ใช้ และมันก็ไม่ได้ใช้ เก็บไว้ไม่เป็นที่ แล้วก็ลืมว่าซื้อมาไว้อยู่แล้ว เมื่อจำไม่ได้ก็ออกไปซื้อใหม่ วนเป็นวงจรแบบนี้ ของในห้องก็เพิ่มมากขึ้นๆ เรื่อยๆ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้อง "ทิ้ง" ของที่ไม่ได้ใช้แน่ๆ และของที่คิดว่า "อาจจะใช้" ในอนาคต (ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่) ลงไปซะ

(ความเห็นส่วนตัว - ข้อนี้ ยวนๆ หน่อยก็ได้ บางอย่างที่มีราคาก็เก็บไว้บ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดนะ) ตัวอย่างของฉันเลยเมื่อคืนที่ลงมือเก็บห้อง ถุงพลาสติกเยอะมากเอาไว้ใส่ขยะน่ะค่ะ เวลาซื้อของมาทานในห้องก็จะเก็บถุงไว้ ประมาณว่า "เก็บไว้เผื่อจะใส่ขยะ" แต่เก็บไปเก็บมา ... อร๊าย เยอะมากเลยนะคะเนี่ย ใส่ขยะสักครึ่งปีเห็นจะได้ ... ดังนั้น เมื่อคืนเลย "ทิ้ง" เหลือไว้หน่อยนึงที่จะใช้ ต่อไปกะว่าจะเอาถุงผ้าไปเวลาซื้อของกินเข้าหอจะได้ไม่ต้องมีถุงพลาสติกเก็บไว้ให้โอโซนเคืองเรา


5. วาดแผนผังห้อง เป็นการกำหนดโซนในแต่ล่ะจุด / มุมห้องว่า มุมนี้จะใช้เพื่อทำงาน เพื่อพักผ่อน หรือเพื่อเก็บเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ และอย่าลืม "ฐานทัพ" ด้วยล่ะ



6. ต้องจัดเก็บข้าวของในทันทีที่ถึงห้องสำหรับในข้อนี้ผู้เขียนเองเป็นพวกที่เมื่อซื้อของมาถึงห้อง ก็จะวางทิ้งไว้ที่หน้าประตู ไม่เอาออกมาเก็บไว้ให้เป็นที่เรียบร้อย (ตัวอย่าง ชีกำลังจะไปเที่ยวต่างประเทศ แต่หาพาสปอตไม่เจอ หาไปหามา ก็เจอว่าอยู่ในกระเป๋าเดินทางตั้งแต่ไปเที่ยวมาครั้งกระโน้นนั่นล่ะ) วิธีการง่ายที่สุด เมื่อซื้อของกลับมา หรือกลับมาจากทำงาน ก็ให้เอาของออกจากถุง / กระเป๋า แล้วก็นำไปจัดเก็บในจุดที่เราวางไว้ให้เรียบร้อย...

 

 

เท่านี้ เราก็จะมีห้องที่สะอาด พร้อมให้เพื่อนฝูงมาเยี่ยมชม โดยที่ไม่ต้องอายว่า "เอิ่ม ห้องรกหน่อยนะ" อีกต่อไป เย้ ! สามารถติดตามผลงานของผู้เขียน คือ คุณ kyoko Ikeda ได้ต่อที่ website ของเธอได้ที่ www.ikekyo.com

 

ผลจากการอ่าน ก็กลับมาห้องจัดการโซนรกๆ ทิ้งไปจนเสร็จ ย้ายข้าวของเครื่องใช้ให้อยู่เป็นมุม สัดส่วนเล็กน้อย อ๊า ... พอทำเสร็จ มันโล่งดีแฮะ สบายตา สบายใจ เวลาโต๊ะทำงานสะอาดๆ บรรยากาศการทำงานมันก็ดี แฮ่ม ... แม้จะชวนให้เคลิ้มน่านอนก็ตาม :p

 

"คุณกำลังเสพติด Facebook อยู่หรือเปล่า?"

 

เป็นหัวข้อจากเมล์ของเพื่อนสนิทที่ส่งมาให้เมื่อไม่กี่นาทีมานี้เอง อ่านแล้ว อยากจะหัวเราะ ก็ว่าอาการที่เขาว่าๆ ไว้น่ะ มันแอบโดน แถม web ที่ติดๆ กันก่อนหน้านี้ ฉันก็เสพมาเกือบหมด

ตอนนี้ก็กำลังลดๆ ลง ไปถ้ำกระบอก ถอน FB ออกอยู่ แต่กิจการทั้งหลายมันช่างยั่วให้ดำเนินการต่อ กะว่ารอถึงสิ้นปี สิ่งที่รอคอย ( เล่น pet ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว  เพื่อฮาโลวีนปีนี้และ x'mas ปีนี้ -- แลดูจริงจัง) ทำไมไม่เล่นแล้วได้ตังค์เหมือนขาเกม online เกาหลีบ้างนะ

 

ด้านล่างเป็นเนื้อหาจาก mail ที่เพื่อนดิฉันส่งมาให้ค่ะ พี่แกเล่นส่งเข้าทุกเมล์ที่ดิฉันมี กลัวว่าจะไม่ได้อ่านหรืออย่างไรไม่ทราบ  

 

 

คุณอาจจะเพียงแค่เริ่มต้นทำความรู้จักมันเมื่อปีที่แล้ว ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ว่าเจ้าเว็บไซต์แบบโซเชียลเน็ตเวิร์กที่กำลังอินเทรนด์สุดๆ นั้นคืออะไร คุณก็เลยลองเข้าไปสมัคร สมาชิกเว็บเหล่านี้ดูเล่นๆ ไม่ว่าจะเป็น hi5, facebook หรือ Multiply ฯลฯ

แต่พอมาถึงทุกวันนี้ มันกลายเป็นทั้งชีวิตของคุณ สิ่งแรกที่ทำเมื่อตื่นนอน และสิ่งสุดท้ายที่ทำก่อนเข้านอน คือการออนไลน์เข้าไปใน facebook ของคุณ เพื่อตรวจดูว่ามีเพื่อนคนไหนมาใส่คอมเมนต์หรือทักทายว่าอย่างไร

แค่นั้นยังไม่พอ ระหว่างวันคุณยังเฝ้าครุ่นคิดถึง คอยเข้าไปเช็กอัพเดทระหว่างเวลาทำงาน ทักทายเพื่อนออนไลน์คนนั้นที คนนี้ที จนคุณเริ่มสังเกตเห็นว่ากิจวัตรประจำวัน นิสัยใจคอ และประสิทธิภาพในการทำงาน ค่อยๆ เปลี่ยนไป (ในทางแย่ลง)

นี่แหละ! คุณได้เสพติดมันเข้าให้แล้ว


สาวสวิสโดนไล่ออกจากงานเพราะเล่น facebook


สาวนิรนาม ชาวสวิตเซอร์แลนด์คนหนึ่ง ถูกไล่ออกจากงาน หลังจากที่นายจ้างจับได้ว่าเธอเล่น facebook ระหว่างวันหยุดลาป่วย ซึ่งเธออ้างว่าป่วยเป็นไมเกรนขั้นรุนแรง ไม่สามารถนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้

สำนักข่าว BBC ปกปิดชื่อหญิงสาวคนนี้ ระบุแค่ว่าเธอเป็นชาวเมือง บาเซิล ทำงานอยู่กับบริษัท Nationale Suisse และเพิ่งโดนไล่ออกไป เธอให้สัมภาษณ์ว่าเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ เธอป่วยเป็นไมเกรนเพราะนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์มานานติดต่อกันหลายปี ซึ่งถือเป็นอาการป่วยจากการทำงาน เธอจึงควรจะมีสิทธิ์ลาป่วยและควรจะได้รับเงินชดเชย ไม่ใช่การมาจับผิดเรื่อง facebook แล้วไล่เธอออกเช่นนี้

หญิงสาวอ้างว่าระหว่างการนอนพักรักษาตัว เธอไม่ได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เลยจริงๆ แต่เธอใช้เครื่อง iPhone เพื่อออนไลน์ facebook และตอบคอมเมนต์เพื่อนๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เธอไม่คิดเลยว่านายจ้างจะใจแคบขนาดนี้ และแอบมาดูข้อมูลใน facebook ของเธอ

ทางบริษัท Nationale Suisse ให้สัมภาษณ์ว่าได้ศึกษากฎหมายแรงงานอย่างถี่ถ้วนแล้ว และถือว่าหญิงสาวคนนี้หลอกลวงนายจ้าง คนที่สามารถออนไลน์เข้าไปเล่น facebook ได้ ก็ควรจะ สามารถมานั่งทำงานที่ออฟฟิศได้เช่นกัน

นี่ถือเป็นข่าวที่เกรียวกราวอย่างมากในเว็บสำนักข่าว BBC และได้รับความคิดเห็นจากผู้อ่านจำนวนมากจากทั่วโลก โดยรวมแล้วส่วนใหญ่จะเห็นใจฝ่ายหญิงสาวลูกจ้างมากกว่า

ก็แน่ละ! เราทุกคนชอบเล่น facebook เหมือนกันนี่นะ


มีอะไรที่เสพติดได้บ้าง ?


เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน อาการเสพติดอินเตอร์เน็ตถือเป็นเรื่องใหม่เอี่ยมในวงการไอที สิ่งที่เสพติดได้ในยุคนั้น ได้แก่ เว็บโป๊ แช็ตรูม และเกมคอมพิวเตอร์ เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปมาก จนโลกพัฒนาเข้าสู่ยุค Web 2.0 สิ่งที่เสพติดได้จึงกลายเป็นเว็บไซต์จำพวกโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งหลายนั่นเอง อันได้แก่

Blog เช่น Wordpress, Blogspot, Multiply
Music Sharing เช่น ijigg, imeem
Photo Sharing เช่น Flickr, Picasa
Video Sharing เช่น YouTube

ในบรรดาเว็บโซเชียลเน็ตเวิร์กเหล่านี้ ประเภทที่สามารถเสพติดได้ง่ายที่สุด คือเว็บสำหรับหาเพื่อนอย่าง hi5 และ facebook เพราะเน้นหนักไปที่การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้คน ทั้งเพื่อการติดตามเพื่อนเก่า และการค้นหาเพื่อนใหม่ เห็นได้ชัดเจนจากอัตราการเพิ่มจำนวนขึ้นของ ผู้ใช้ hi5 และ facebook ในรอบปีที่ผ่านมาจึงเป็นในลักษณะทวีคูณ จนปัจจุบันมีผู้ใช้ facebook ทั่วโลกถึง 200 ล้านคนแล้ว! ส่วนในไทยเรายังนิยม hi5 มากกว่า ประมาณว่ามีผู้ใช้ hi5 ในเมืองไทยประมาณมากกว่า 3 ล้านคน !

เว็บโซเชียลเน็ตเวิร์กเหล่านี้เปรียบเสมือนเป็นบ้านของผู้ใช้แต่ละคนที่อยู่ในไซเบอร์สเปซ ความรู้สึกอยากจะออนไลน์และเข้าไปในโฮมเพจของตนเอง ก็คือความรู้สึกอยากรู้ว่ามีเพื่อนคนใดมาเยี่ยมบ้านเรา และได้เขียนโน้ตอะไรทิ้งไว้บ้าง ผู้ใช้บางรายระบุว่า พวกเขาไม่สามารถหยุดคิดถึงโฮมเพจของตนเองได้ และพวกเขาต้องการเข้าไปคอยดูว่า มีอะไรอัพเดทแล้วบ้าง บางรายถึงกับใช้อุปกรณ์มือถือต่างๆ เพื่อจะได้คอยอัพเดทตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่นอกสถานที่ก็ตาม

8 สัญญาณ ว่าคุณกำลังเสพติด facebook


1. คุณนอนดึกขึ้นเพราะเล่น facebook และทำให้ระหว่างวันคุณง่วงเหงาหาวนอน ไม่มีสมาธิทำงาน

2. คุณใช้เวลากับ facebook มากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละวัน และต้องคอยเปิดเข้าไปใน facebook ทุกครั้งที่มีโอกาส

3. ลิสต์รายชื่อเพื่อนของคุณมีจำนวนหลักพัน หน้าโฮมเพจของคุณ ต้องใช้เวลานานกว่าจะ Scroll ดูได้ครบ

4. คุณสนิทกับเพื่อนใน facebook มากกว่าเพื่อนที่ทำงาน

5. คุณเริ่มตกหลุมรักหรือมีความสัมพันธ์กับคนที่เพิ่งรู้จักกันใน facebook

6. คุณเล่นเกมต่างๆ นานาของ facebook สะสมคะแนนจนได้ครองตำแหน่งแชมเปี้ยน << RC ดิฉันขาดจานทองอีก 3 อันก็ครบแล้ว

7. ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน คุณจะคิดถึง facebook อยู่เสมอ รู้สึกหงุดหงิด กระวนกระวาย อยากเข้าไปเช็กคอมเมนต์จากเพื่อนๆ

8. คุณเทกระเป๋าตังค์เพื่อซื้อ iPhone, Blackberry และโทรศัพท์ทัชสกรีนอื่นๆ เพื่อออนไลน์ facebook ได้ทุกที่ทุกเวลา


8 ข้อคิด ในการถอนพิษจาก facebook


1. จำกัดเวลาการเข้า facebook ของตนเองในแต่ละวัน ว่าไม่ควรใช้เวลาเกิน 30 นาที-1 ชั่วโมง ควรเป็นเวลาว่าง เช่น พักกลางวัน หรือตอนเย็นหลังเลิกงานเท่านั้น

2. กำหนดกิจกรรมที่เข้าไปทำใน facebook ด้วยนะ ว่าควรทักทายเพื่อนๆ อ่านข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ และเล่นเกมอีกนิดๆ หน่อยๆ ก็พอ

3. ปกปิด facebook ของคุณให้เข้าได้เฉพาะคนที่เป็นเพื่อนจริงๆ เท่านั้น อย่าเปิดสาธารณะ เพราะจะทำให้มีคนแปลกหน้าเข้ามาในชีวิตคุณโดยไม่จำเป็น

4. ยกเลิกฟังก์ชัน E-mail Notifications ที่จะส่งอีเมลมาแจ้งเมื่อความเคลื่อนไหวใหม่ๆ ใน facebook ของคุณ เพราะมันจะคอยดึงคุณให้เข้าไปหา facebook ตลอดเวลา

5. ไม่ควรเปลี่ยนภาพ Profile และข้อความใน Status บ่อยนัก แค่เดือนละครั้งก็พอ เพราะการเปลี่ยนแต่ละครั้ง จะดึงดูดเพื่อนๆ ของคุณให้เข้ามาทักทายเพิ่มขึ้น

6. เมื่ออยู่นอกบ้าน นอกที่ทำงาน และไม่ได้นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ อย่าใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งหลายในการเข้า facebook มันไม่จำเป็นเลยจริงๆ

7. หากิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆ ทำในเวลาว่าง เช่น หัดร้องเพลง วาดรูป ทำอาหาร เลี้ยงสัตว์ ออกกำลังกาย ฯลฯ

8. ติดต่อเพื่อนฝูงในชีวิตจริงให้บ่อยขึ้น ทดแทนการหมกมุ่นกับเพื่อนในจอคอมพิวเตอร์ที่มากเกินไป

ขอบคุณข้อมูล : gmgroup.in.th

 

 

ผลการวิเคราะห์อาจจะไม่ติดมากมายเท่าคุณเจ๊ที่โดนไล่ออก คาดว่าในกรณีดิฉันคงหนักไปทางติดเกมมากกว่า ตะก่อนก็ทำควิสบ้างแต่เดี๋ยวนี้พยายามลดๆ เข้ามาเช็คอะไรในเกมที่เล่นแล้วก็ออก (แต่ก็เสียเวลาไปเหมือนกัน) เราต้องอยู่เหนือเทคโนโลยีสิ จะตกเป็นทาสเก็บอึน้องหมาได้อย่างไร ! (มุขภายใน หากท่านเล่นซื้อขายเนื้อสด Friends for sale ก็จะเข้าใจ)

 

ไปล่ะคะ สางสิ่งที่ต้องทำต่อ อ่อกๆๆ

แอบประชาสัมพันธ์ blog อีกแห่ง http://nafoura.exteen.com/ อันนี้จะเน้นไปอัพอะไรที่เพ้อๆ 55 (ที่นี่ยังเพ้อไม่พอ?) ใกล้สอบก็แบบนี้ ฟุ้งซ่าน ยุ่งมากแต่ทำตัวว่างจัด