เคยเห็นรีวิวงานหนังสือเล่มนี้จากพี่เอ๋ kiyono ก็ว่าน่าสนใจแต่ว่าไม่มีเวลาไปเดินงานหนังสือแล้ว ฉันไปแค่วันเดียวไปแป๊บเดียว ได้ลายเซ็นต์คุณหนุ่มเมืองจันทร์ แล้วก็ดูหนังสืออีกหน่อยก็กลับ อยู่นานไม่ได้ เสียวงบบานปลาย (ซึ่งก็บานจริงๆ 55) เดิมที่เมื่อเห็นแค่ชื่อหนังสือก็เรียกว่าน่าสนใจ อ๊ะ ฉันไม่ได้ห้องรก สกปรกขนาดนั้นนะคะ แต่เอาเป็นว่าเวลาทำงานยุ่งมากๆ หนังสือมันก็จะวางระเกะระกะ บางทีเห็นอะไรไม่เป็นระเบียบมันก็จะพลอยหงุดหงิด เคยเป็นกันบ้างไหมคะ ฉันเป็นบ่อย มันต้องเป็นระเบียบสิ แต่ก็ไม่ลงมือเก็บ ได้แต่มองแล้วก็เมิน 55 แต่พอเอาเข้านานวัน บ่อยๆ จากระเกะระกะมันก็จะกลายเป็น "รก" แทน

ด้วยจากเป็นคนที่สมาธิก็ไม่ได้ยาวมากนัก มันจึงจำเป็นต้องสร้างบรรยากาศในการทำงานให้น่าทำหน่อย เพราะงานก็คิดไม่ค่อยจะออก หันซ้ายขวาก็เจอสภาพที่ไม่ชวนให้อยากจะทำเข้าอีก (ย้ำนะคะว่า ไม่ได้รกขนาดนั้น....พยายามรักษาภาพพจน์อย่างแรง 55 ) พอมาเจอหนังสือเล่มนี้ที่ร้านเช่าแถวหอเข้าก็เลยเช่ามาอ่าน ตอนบอกให้พี่ที่ร้านหยิบให้ เขาแอบขำ ... ฉันเลยยิงตัวเองไปเลยว่า "แค่ชื่อหนังสือก็บ่งบอกแล้วใช่ไหมคะ ฮาฮา =  = ''


ทำไงดี ! ห้องนี้ รกสุดๆ
วิธีลัดจัดระเบียบให้เนี๊ยบนิ้ง สำหรับผู้หญิงห้องรก
โดย Kyoko Ikeda


คุณคนเขียนเป็นนักวาดภาพประกอบที่อาศัยอยู่คนเดียวในอพาทเม้นท์ที่ดูจากผังก็นับว่ากว้างใช้ได้ แต่ลายเส้นที่คุณเธอวาด ... แทบไม่มีที่จะยืน ไม่น่าเชื่อ ! แต่ก็ต้องเชื่อเขาล่ะค่ะ ใครจะมาประจานตัวเองให้มันเกินจริงจนโอเวอร์ ก็ออกจะไม่งามนะคะ  จะให้สาธยายเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้จนหมดเกรงว่าจะไม่มีเวลามาก ดังนั้น ฉันเลยขอสรุปสั้น เพิ่มเติมจากคุณคนเขียนล่ะกันค่ะ ที่นำมาบอกเล่าให้ฟังเพราะว่า เนื้อหาเขาดีนะ ฮาฮา ใกล้เคียงกับชีวิตสาวโฉดดีอยู่ อย่างน้อยฉันก็รู้ว่ามีเพื่อนสาวที่ห้องรก (มากน้อยปะปนกันไป) รอบกายฉันมากกว่า 3 คนล่ะ !!

สิ่งแรกฉันคิดว่า การที่เราลุกขึ้นมาจัดการสิ่งรอบตัวให้มันน่าอยู่ มันก็เป็นการสนับสนุนจิตใจเราอย่างหนึ่งเลยนะคะ ช่วงที่ฉันเรียนในมหาลัย (ย้อนไปไกลสักหน่อย อ๊ะ ... ไม่ไกลขนาดนั้น ... อื้มๆ ประมาณที่คุณคิดล่ะค่ะกำลังงาม.....ถ้าคิดเกิน 6  ปีจะแอบมีเคือง) เวลาจะสอบทีไร หนังสือ ชีท เอกสาร จะกระจัดกระจายเต็มห้องไปหมด ช่วงนั้นห้องจะรกมาก มาก ไม่เข้าใจว่าทำไมช่วงสอบถึงห้องรกได้ขนาดนี้ เวลาสอบเสร็จทีไรก็ต้องมานั่งเก็บขนานใหญ่ เหนื่อย....พอเหนื่อยก็ไม่อยากจะเก็บ ก็ปล่อยทิ้งๆ ไว้ 55  พอเห็นห้องรก จิตใจมันก็รู้สึกหงึดหงิดงุ่นง่าน กระวนกระวาย แปลกๆ อ้อ ทีที่ห้องมันรกนี่เองก็เลยต้องมานั่งเก็บต่อ และพอเวลาจะสอบอีกก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก ฮาฮา วงจรอุบาวศ์ .....


เนื้อหาในหนังสือ ทำไงดี ห้องนี้ รกสุดๆ ผู้เขียนก็ได้บอกสิ่งที่อยู่ในสามัญสำนึกเราๆ นั่นล่ะค่ะ แต่ก็อย่างว่า เรามันรู้อยู่แต่ไม่ค่อยอยากจะทำ แต่ถ้าไม่ทำมันก็ยังคงเหมือนเดิม ดังนั้น ประการแรก เราต้อง ลุกขึ้นมา ทำ ค่ะ !! 


หนังสือเล่มนี้อ่านง่ายค่ะ เป็นการ์ตูนลายเส้นน่ารักๆ อ่านแป๊บเดียวก็จบ ด้านหลังก็มีสรุปให้ ดังนั้น ฉันขอนำบทสรุปมาบอกต่อ พร้อมกับใส่รายละเอียดเล็กน้อย สำหรับผู้ที่อยากจะหาหนังสือเล่มนี้อ่าน ไว้เป็นน้ำย่อยให้ล่ะกันค่ะ


สรุปเนื้อหา 5 ขั้นตอนการพิชิต "ห้องสกปรก" ได้ว่า


1. สร้างฐานทัพ ในที่นี้หมายถึง การที่คุณหามุมที่สำหรับวางของใช้ที่ใช้บ่อยๆ ในทุกๆ วัน ไว้เป็นโซนเดียวกันมีข้อแม้ว่า เมื่อนำไปใช้แล้วต้องนำกลับมาวางไว้ที่เดิมเสมอๆๆ นะคะ ทำให้ชิน เวลาที่ต้องการจะใช้จะได้หาเจอง่ายๆ และเป็นระเบียบด้วยค่ะ

 

2. เคลียร์ครัว ในหนังสือผู้เขียนอาศัยอยู่ในอพาร์เมนท์คนเดียว (สาวโสดว่างั้น - อ้อ คุณเธอมีแฟนค่ะ แต่เนื่องจากแฟนมาหากลางดึกโดยไม่บอกไม่กล่าว เพียงแค่แง้มประตูเห็นสภาพห้อง หนุ่มก็ซิ่งหนีไปเลยค่ะ !!) คุณเธอสามารถมีห้องรกมาก ตั้งแต่ท้ายห้องยันประตูหน้าห้อง โดยในตอนแรกที่ผู้เขียนเริ่มเก็บของก็ไม่ค่อยจะถูก เพราะมัวแต่แยกของที่จะใช้ ยังไม่ใช้ คาดว่าจะใช้ไว้เป็นกองๆ ไปๆมาๆ มันก็เลยกองเป็นกลุ่ม เยอะไปหมด เอาไงดีล่ะทีนี้

ตอนหลังผู้เขียนจึงเริ่มเก็บข้าวเก็บของในห้องครัวก่อนเป็นอันดับแรก เพราะว่าครัวเป็นสถานที่เราสามารถทิ้งของที่ไม่ใช้ได้ง่ายกว่าที่อื่นๆ ส่วนมากเป็นของกิน ไม่ว่าจะหมดอายุแล้วหรือยัง หรือเครื่องปรุงต่างๆ ที่กะว่าจะทำในอนาคต หรือของที่ไม่กิน ตะเกียบไม้ที่เก็บไว้ "เผื่อ" ใช้ในอนาคต ของที่ "เผื่อใช้" ในอนาคตทั้งหลายแล่ ทิ้งๆ ไปให้หมด...

อ้อ การที่เราหาซื้อพวกชั้นวางของมาไว้เยอะๆ ก็ไม่ช่วยเท่าไหร่นะคะ เอาเท่าที่ใช้จริงๆ ดีกว่า และบวกกับการเก็บของให้เป็นระเบียบก็โอเคแล้วล่ะค่ะ เพราะชั้นวางของจะทำให้เสียเงินโดยใช่เหตุเปล่าๆมีแค่พอใช้งานก็โอเคค่ะ (ในหนังสือเขาว่าไว้)

 

3. รวบรวมของใช้ประจำวันไว้ที่ฐานทัพ ผู้เขียนวางพวกกระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ในการทำงานไว้ที่ตู้ / ชั้น ใกล้กับโต๊ะเขียนหนังสือ (ผู้เขียนเรียกมันว่า ฐานทัพ) หยิบจับก็ง่าย หาก็เจอ ประมาณนี้ล่ะค่ะ


4. ทิ้งของที่ไม่ได้ใช้แน่ๆ ในตอนนี้ ผู้เขียนนิยมซื้อของมาเก็บไว้ "เผื่อ" ว่าในอนาคตจะได้ใช้ และมันก็ไม่ได้ใช้ เก็บไว้ไม่เป็นที่ แล้วก็ลืมว่าซื้อมาไว้อยู่แล้ว เมื่อจำไม่ได้ก็ออกไปซื้อใหม่ วนเป็นวงจรแบบนี้ ของในห้องก็เพิ่มมากขึ้นๆ เรื่อยๆ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้อง "ทิ้ง" ของที่ไม่ได้ใช้แน่ๆ และของที่คิดว่า "อาจจะใช้" ในอนาคต (ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่) ลงไปซะ

(ความเห็นส่วนตัว - ข้อนี้ ยวนๆ หน่อยก็ได้ บางอย่างที่มีราคาก็เก็บไว้บ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดนะ) ตัวอย่างของฉันเลยเมื่อคืนที่ลงมือเก็บห้อง ถุงพลาสติกเยอะมากเอาไว้ใส่ขยะน่ะค่ะ เวลาซื้อของมาทานในห้องก็จะเก็บถุงไว้ ประมาณว่า "เก็บไว้เผื่อจะใส่ขยะ" แต่เก็บไปเก็บมา ... อร๊าย เยอะมากเลยนะคะเนี่ย ใส่ขยะสักครึ่งปีเห็นจะได้ ... ดังนั้น เมื่อคืนเลย "ทิ้ง" เหลือไว้หน่อยนึงที่จะใช้ ต่อไปกะว่าจะเอาถุงผ้าไปเวลาซื้อของกินเข้าหอจะได้ไม่ต้องมีถุงพลาสติกเก็บไว้ให้โอโซนเคืองเรา


5. วาดแผนผังห้อง เป็นการกำหนดโซนในแต่ล่ะจุด / มุมห้องว่า มุมนี้จะใช้เพื่อทำงาน เพื่อพักผ่อน หรือเพื่อเก็บเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ และอย่าลืม "ฐานทัพ" ด้วยล่ะ



6. ต้องจัดเก็บข้าวของในทันทีที่ถึงห้องสำหรับในข้อนี้ผู้เขียนเองเป็นพวกที่เมื่อซื้อของมาถึงห้อง ก็จะวางทิ้งไว้ที่หน้าประตู ไม่เอาออกมาเก็บไว้ให้เป็นที่เรียบร้อย (ตัวอย่าง ชีกำลังจะไปเที่ยวต่างประเทศ แต่หาพาสปอตไม่เจอ หาไปหามา ก็เจอว่าอยู่ในกระเป๋าเดินทางตั้งแต่ไปเที่ยวมาครั้งกระโน้นนั่นล่ะ) วิธีการง่ายที่สุด เมื่อซื้อของกลับมา หรือกลับมาจากทำงาน ก็ให้เอาของออกจากถุง / กระเป๋า แล้วก็นำไปจัดเก็บในจุดที่เราวางไว้ให้เรียบร้อย...

 

 

เท่านี้ เราก็จะมีห้องที่สะอาด พร้อมให้เพื่อนฝูงมาเยี่ยมชม โดยที่ไม่ต้องอายว่า "เอิ่ม ห้องรกหน่อยนะ" อีกต่อไป เย้ ! สามารถติดตามผลงานของผู้เขียน คือ คุณ kyoko Ikeda ได้ต่อที่ website ของเธอได้ที่ www.ikekyo.com

 

ผลจากการอ่าน ก็กลับมาห้องจัดการโซนรกๆ ทิ้งไปจนเสร็จ ย้ายข้าวของเครื่องใช้ให้อยู่เป็นมุม สัดส่วนเล็กน้อย อ๊า ... พอทำเสร็จ มันโล่งดีแฮะ สบายตา สบายใจ เวลาโต๊ะทำงานสะอาดๆ บรรยากาศการทำงานมันก็ดี แฮ่ม ... แม้จะชวนให้เคลิ้มน่านอนก็ตาม :p

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น้องอ๊อม เล่มนี้พี่ยังไม่ได้ซื้อเลย จำผิดอะป่าวหนู (แต่พี่ซื้ออีกเล่มของคนนี้มาอ่ะ เรื่องทำไงดีเก็บเงินไม่อยู่ กร๊าก)

#1 By kiyono on 2009-10-30 15:53

ซื้อมาเเละ 55+
น่ารักดี
อ่ะ พี่เอ๋ หนูจำผิดแหงเลย ขออภัยค้า
แห่ะๆ เขินๆ

#3 By Oam on 2009-10-30 16:57

น่าหามาอ่านแหะsad smile

#4 By taki on 2009-10-30 21:06

จัดระเบียบ facebook ด้วยก็ดีนะ

จะได้มีบรรยากาศการทำ "Thesis" มากขึ้น!!

#5 By gomora on 2009-10-31 02:43

กี๊ดด เม้นท์ลุงเหมือนมีคนเอาน้ำมนต์มาสาดกันเลยทีเดียวเีชียว

#6 By Oam on 2009-10-31 10:01

ถ้าจำไม่ผิดคนนี้เขียนหนังสือน่าอ่านหลายเล่มอยู่นะ

จำหน้าปก ลายเส้นได้

#7 By Maxtrix™ on 2009-10-31 10:45