013 ชวนกันไปถ่ายรูปที่พุทธมณฑล
posted on 13 Mar 2009 17:50 by zeryu in Photo
สวัสดีค่ะถึงวันศุกร์อีกแล้วนะคะ พรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดหลายท่านอาจจะอยากนอนเกาพุง จะพุงน้องแมว น้องหมา หรือพุงตัวเองอันนี้ไม่ว่ากันนะคะ หลังจากเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ามาทั้งอาทิตย์ ออกไปเที่ยวกันสักหน่อยดีไหมคะ
สำหรับผู้ที่ชอบการถ่ายรูปอย่างตัวฉันนั้น สถาบันพอตเทรดแห่งประเทศไทย หรือมีชื่อย่อว่า สวนรถไฟ อาจจะเป็นอะไรที่จำเจเสียแ้ล้ว นอกจากจะไม่ใช่แค่ไปบ่อย แ่ต่เีรียกได้ว่าไปเกือบทุกครั้งที่ออกไปถ่ายรูป
ตากล้องนึกสถานที่ไม่ออก นางแบบก็ยังไงก็ได้ สุดท้ายก็ต้องมาลงเอยที่ "สวนรถไฟ" แต่มาวันนี้เราจะคิดใหม่ ทำใหม่กันค่ะ (ไม่ได้พาดพิงถึงพรรคการเมืองในอดีตพรรคไหนนะคะ ;p) เมื่อคืนนี้ตอนทีฉันกำลังนั่งหน้ามุ่ยทำวิทยานิพนธ์เจ้าปัญหา เพื่อนสาวของฉันก็มาทักทายว่าอยากไปถ่ายรูป และหลังจากนั้นประเด็นนางแบบ ตากล้องก็เริ่มขึ้นอย่างดุเดือน...และเฺผ็ดร้อน เพื่อนสาวสามคนตกลงหาสถานที่ถ่ายรูปกันไม่ได้เสียที เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แต่สุดท้ายแล้วตัวเลือกเดิม เดิม อย่างสวนรถไฟก็ต้องถูกเตะกระเด็นไปติดกิ่งไม้ เพราะว่าวันนี้พวกเราจะไปถ่ายรูปที่ใหม่ค่ะ ที่นั่นอาจจะไม่ใหม่สำหรับผู้ที่เคยผ่านแวะเวียนไปเดินเล่น หรือกระทั่งกดชัตเตอร์กันมาแล้ว แต่มันใหม่สำหรับตากล้องคนนี้มากค่ะ เนื่องจาก ไกล ไกล ไกล และ ไกล ค่ะที่จะแนะนำวันนี้ คือ พุทธมณฑลนั่นเองค่ะ
วันนี้เหมือนฟ้าฝนเป็นใจนะคะ (แม้วันนี้ฝนจะตกในกรุงเทพก็ตามแต่ที่นครปฐมไม่มีฝนสักเม็ด) คุณพ่อกับคุณแม่เพื่อนนางแบบขับรถไปค่ะ และแวะรับฉันติดสอยจากมหาลัยแถวท่าพระจันทร์ไปด้วย เสียดายที่นางแบบอีกคนและคู่ตุงาหงันของเธอไม่ได้มาร่วมทริปนี้อย่างที่ได้นัดหมายกันไว้
การเดินทางถ้ามีรถยนต์จะสะดวกสบายมาก ขออภัยที่ไม่สามารถแนะนำเส้นทางได้ เนื่องจากเป็นคนที่จำทางไม่ได้เลยค่ะ เอาเป็นว่าขับไปทางปิ่นเกล้าแล้วตรงไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ ... สักพักเลี้ยวซ้ายค่ะ !! โอ้ ... งง แน่ๆ แต่ตรงหัวมุมจะเจอร้านก๋วยเตี๋ยวปลาร้านหนึ่งค่ะ อร่อยดี แต่ราคาแอบโหดเล็กน้อย ชามละ 40 บาทแน่ะค่ะ หลังจากซัดก๋วยเตี๋ยวตุนท้องกันไปเรียบร้อย ก็กลับรถเลี้ยวเข้าพุทธมณฑลหากเลยไปอีกนิดก็จะถึงถนนอักษะค่ะ !!! (เป็นไงคะ งงแน่ ฮา)
เนื่องจากภายในนั้นกว้างใหญ่มากมีพื้นที่ถึง 2,500 ไร่ ตอนที่ไปไม่พบว่ามีจักรยานให้เช่าเหมือนสวนรถไฟ ดังนั้น ใครสามารถขับรถ หรือจิกเพื่อนที่มีรถไปจะดีมากเลยค่ะ
บรรยากาศภายในก็ร่มรื่นดีค่ะ ฉันยกมือไหว้พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ ออกแบบโดย ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี พระพุทธรูปปางลีลาที่เป็นที่คุ้นตาของคนไทย หลังจากนั้นก็ถึงเวลาถ่ายรูปล่ะค่ะ สถานที่แนะนำคือ ป่าไผ่ ค่ะ ป่าไผ่จะอยู่ด้านในมากเลย ขับไปตามป้ายนะคะ จะมีป้ายเขียนไว้ว่า ป่าไผ่ แต่ว่าป้ายอาจจะหายากนิดนึงเพราะไม่ได้ปักไว้ทั่วน่ะค่ะ
มองผิวๆ อาจจะคิดว่าไม่ค่อยสวย และไม่มีอะไรน่าสนใจ แ่ต่ต้นไผ่มีแนวโค้งที่สวยมากเลยค่ะ
สีไผ่่ถ่ายมาจริงอาจจะซีดไม่เหลืองสดขนาดนี้ ที่เห็นในรูปอันนี้้ผ่านการเฉาะโดย photoshop ก่อนค่ะ
หรือจะลองลดสีนิดนึงก็ทำให้ภาพดูเก๋ไปอีกแบบ
ถัดจากป่าไผ่ก็เปลี่ยนสถานที่กันไปถ่ายตรงสะพานที่ด้านล่างมีโขดหิน ตอนนี้นางแบบก็เปลี่ยนเสื้อเรียบร้อยค่ะ ข้อดีของการนำรถไปด้วยคือเปลี่ยนเสื้อกันในรถเลยนี่ล่ะค่ะ
tip : นางแบบของฉันคุณเธอใส่กางเกงขาสั้นแล้วก็ใส่แขนกุดด้านในใส่เสื้อกล้ามไว้เป็นชุดสามัญออกรบค่ะ ก่อนที่จะเปลี่ยนเสื้อทับไปอีกที ทำแบบนี้ทำให้เปลี่ยนเสื้อในรถได้ง่ายมาก ฉันเห็นคุณเธอถอดเสื้อแล้วก็เอาชุดใหม่ใส่ทับ ไม่โป๊เลยค่ะเพราะชุดด้านในเหมือนไปเที่ยวทะเลเลย :)
ตรงโขดหินฉันถ่ายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มีปัญหากับการวัดแสงอีกเช่นเคย คงต้องซ้อมบ่อยกว่านี้ ปัญหาที่ว่าคือ วัดแสงพลาดหน้า(นางแบบ)มืด คนถ่ายก็จะหน้ามืดตามตอนกดรูปดูทีหลัง อุเม๋ ...ถ่ายใต้ต้นไม้แสงจะออกสีฟ้าเยอะ เพราะว่าคลื่นแสงโทนเย็นจะผ่านมามากกว่าโซนร้อน (หรือสีแดง) ทางแก้คือ ใส่ฟิวเตอร์แก้ให้สีออกมาตรงตามจริง แต่ทว่า...ดิฉันไม่มีค่ะ ฮาๆๆ กับอีกทางคือวัดแสงให้แม่น มีเฟรชก็ใช้ ซึ่งที่กล่าวมาไม่มีทั้งคู่ ฮาๆ เลยต้องเอามาเฉาะอีกรอบในโฟโ้ต้เฉาะ
การปรับให้สว่างมากเิกินไปทำให้แกรนภาพแตก เช่นภาพข้างบน T ^ T เนื่องจากถ่ายมามืดไปหน่อยค่ะ
ปรับมือหนักไปหน่อยสีได้ แสงได้ แต่แกรนแตก
ก่อนที่เราสองคนจะย้ายไปถ่ายที่อื่นฉันเห็นคนดูแลต้นไม้กำลังฉีดน้ำอยู่ใกล้ๆ เลยพูดกับคุณนางแบบว่า ลองไปยืนแล้วให้พี่เขาฉีดน้ำดูดิ แนวดี ไม่คิดว่านางจะเอาด้วย นางเดินก้าวฉับๆ "พี่ค้า หนูจะถ่ายรูปรบกวนพี่ฉีดน้ำมาด้านหลังหนูหน่อยไ้ด้ไหมค้า" ... "อย่าฉีดใส่หนูนะคะ ฉีดไปด้านหลัง" (เฮ้ย แต่ฉันอยากได้ด้านหน้าเน่ !) คุณพี่เจ้าหน้าที่ชุดเขียวก็แสนจะใจดี ตกลงโอเค ภาพที่ได้ออกมาได้แบบนี้ล่ะค่ะ
หลังจากนั้นคุณนางแบบก็พบของเล่นภายในพุทธมณฑลค่ะ นางก็เลยไปแย่งเด็กเล่น (ฮา เอาจริงไม่มีเด็กอยู่แถวนั้นหรอกค่ะ พวกเราเดินไปเด็กหายหมด ไปหลบตาเหลือบดูว่าพี่สองคนนี้ทำอะไร) ได้โลเคชั่นเหมือนไปแถวทะเลดีค่ะ คุณนางแบบให้ชื่อว่า "บ้านน้อยของฉัน" เป็นบ้านเล็กมากค่ะให้เด็กคลานผ่านไปมา
หลังจากบ้านน้อยของฉันกำลังไปไ้ด้ดีแต่่คุณนางแบบเขินคนที่มองเธอค่ะ เลยย้ายสำมะโนไปที่กองดอกหญ้าที่ถ่ายออกมาแล้วราวกับอยู่ในทุ่งดอกหญ้า
ก่อนจะกลับกันคุณพ่อเื่พื่อนขับผ่านถนนอักษะที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดในประเทศ ก็ถ่ายภาพกันเก็บไว้เป็นที่ระลึกก่อนกลับบ้าน เจ้าของบล๊อกยอมรับเลยว่าไม่เคยผ่านมาถนนสายนี้ ถึงกับขอถ่ายรูปแบบนักท่องเที่ยวที่ผ่านมาสถานที่ประทับใจกับเขาเสียหน่อย จะเห็นว่าหน้าบานได้อีก ไม่อยากเอารูปตัวเองลงคู่กับนางแบบค่ะ เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ฮาๆๆ
หนึ่งวันในสำหรับการพักผ่อนก็หมดลงเท่านี้ล่ะค่ะ อย่าลืมนะคะถ้าอยากเปลี่ยนสถานที่ถ่ายรูปพุทธมณฑลก็เป็นอีกที่หนึ่งที่ร่มรื่นไม่แพ้สวนรถไฟเลยค่ะ อ้อ ที่นี่ยังไงก็เป็นสถานที่ทางศาสนา แต่งกายให้เรียบร้อยนะคะ และช่วยกันรักษาความสะอาดด้วยจ้า :)